หน้าเว็บ

แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิจกรรมแนะแนว แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ กิจกรรมแนะแนว แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ ๑๘ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

เปิดคัดเลือกรับสมัครทีมงานกลอส

สำหรับน้องมัธยมคนใดที่สนใจอยากจะเป็นเจ้าของแมกกาซีนสักเล่มที่ทำด้วยฝีมือตัวเอง


อย่ารอช้า


กลอส (GLOZE) แมกกาซีน นิตยสารของเด็กมัธยม โดยเด็กมัธยม เพื่อเด็กมัธยม
จะเปิดคัดเลือกรับสมัครทีมงานกลอสรุ่นใหม่หน้าใหม่ไฟแรง
ในตำแหน่ง กองบรรณาธิการ ( คอลัมม์ อาต ) การตลาด และประชาสัมพันธ์
เพียงแค่คุณเป็นเด็กมัธยมที่อยากจะทำนิตยสารด้วยสองมือของตนเองและพร้อมที่จะเจอประสบการณ์ที่ท้าทาย
เปิดคัดเลือก ในวันเสาร์ที่ 26 และ อาทิตย์ที่ 27 กรกฏาคม 2551 นี้

เวลา 11.30 – 18.30 น. (ลงทะเบียนตามเวลาที่สะดวกรอบละ 1 ชั่วโมง)
11.30–12.30น.
12.30-13.30น.
13.30-14.30น.
14.30-15.30น.
16.30-17.30น.
17.30-18.30น.


สถานที่สยามสแควร์ ( ส่วนบริเวณที่นัดสัมภาษณ์จะแจ้งให้สำหรับคนลงทะเบียนแล้ว )
สามารถลงทะเบียนยืนยันวันและเวลารอบที่จะเข้าร่วมคัดเลือกได้โดยพิมพ์ ชื่อ-สกุล โรงเรียน ระดับชั้น อีเมล์ เบอร์ติดต่อ พร้อมทั้งระบุวันและรอบเวลาที่จะมาคัดเลือก รวมถึงระบุงานหรือตำแหน่งที่สนใจ พิมพ์ลงทะเบียนไว้ใน www.glozemagazine.com คลิกที่ Contact us


ปล. นำผลงานหรือแฟ้มสะสมผลงานมาประกอบการคัดเลือกได้ ส่วนผู้ใดลงทะเบียนฝ่ายอาร์ตให้นำงานที่เคยทำ มาในวันคัดเลือกด้วย (ปริ้นท์หรือเซฟไฟล์มาในวันคัดเลือก)
ติดต่อสอบถาม 08-6300-2814 ( พี่กัน )
Email : contact@glozemagazine.com
www.glozemagazine.com

http://www.suanboard.net/view.php?p=view&kid=50576

วันจันทร์ที่ ๑๔ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

การแข่งขันตอบปัญหาชีววิทยา “จุฬาฯ วิชาการ ๒๕๕๑”

อ้างอิง : http://www.docchula.com/home/content/bioquiz

สโมสรนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขอเชิญชวนนักเรียนม.ปลายสายวิทย์ทุกคนที่สนใจ เข้าร่วมการแข่งขันตอบปัญหาชีววิทยา "จุฬาวิชาการ 2551" ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และเงินรางวัล 20000 บาทสำหรับผู้ชนะเลิศ


รอบคัดเลือก 31 สิงหาคม รอบชิงชนะเลิศ 29 พฤศจิกายน
หมดเขตรับสมัคร 4 สิงหาคมนี้

รายละเอียดเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่เว็บบอร์ดการตอบปัญหาชีววิทยา จุฬาฯ วิชาการ ที่นี่  http://forum.docchula.com/index.php/board,40.0.html

วันจันทร์ที่ ๓๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

ศิลป์ญี่ปุ่น ตอน 2 : ไดอารี่สายนี้มีแต่เรา

ว่าด้วยเรื่องการเรียน

สำหรับการเรียนของศิลป์ญี่ปุ่นนั้น ก็จะเรียนตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบ (ล้อเล่นๆ) ก็จะเรียนตั้งแต่ตัวอักษรญี่ปุ่น ไปยันจนพูดได้อ่ะค่ะ ก็เหมือนกับการเริ่มเรียน ก-ฮ จนเราพูดภาษาไทยได้ถึงวันเนี้ย ฮ่าๆๆ

เริ่มแรกจะเรียนตัวอักษรก่อน ตั้งแต่ อะ อิ อุ เอะ โอะ และก็จะมีคำศัพท์เล็กน้อย หลังจากนั้นก็จะเริ่มยากขึ้นเรื่อยๆ ค่ะ เหมือนกับเราเรียนภาษาอังกฤษแหละ ก็เริ่มด้วยประโยคทักทายง่ายๆ ก่อน คำพูดที่ใช้ทั่วไปในชีวิตประจำวัน แล้วก็จะมีบทสนทนา หลักภาษาญี่ปุ่น คำศัพท์ในแต่ละบท และที่ขาดไม่ได้คือ คันจิ นั่นเอง

ศึกษามาหน่อยก็ดีนะ เพราะจะรู้สึกว่าได้ไวขึ้น และพอรู้เรื่องมาหน่อยหนึ่ง

เราจะเรียนญี่ปุ่นอาทิตย์ละ 6 คาบค่ะ (ดูหนักหนาสาหัสเนอะ) บางทีคนจัดตารางสอนก็จัดให้เรา 4 คาบต่อวัน

- -“ แต่เดี๋ยวนี้ก็จะเปลี่ยนเป็นเรียนทุกวันแล้วค่ะ คือจะไม่ให้ลืมภาษาญี่ปุ่นกันเลยทีเดียวเชียว

ส่วนวิชาอื่นๆ ก็มีดังนี้

วิชาภาษาอังกฤษ พฐ. 3 คาบ

วิชาภาษาอังกฤษ พต. 1 คาบ

วิชาภาษาไทย 2 คาบ

วิชาสังคมศึกษา 2 คาบ

วิชาพระพุทธศาสนา 1 คาบ

วิชาคณิตศาสตร์ 2 คาบ

วิชาวิทยาศาสตร์ 2 คาบ

วิชาสุขศึกษาและพลศึกษา 2 คาบ (แยกเป็นสุขฯ กับ พละ)

วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ 2 คาบ

วิชาศิลปะ 1 คาบ

วิชาเพิ่มเติม 1 2 คาบ

วิชาเพิ่มเติม 2 2 คาบ

เฮ้ย.. เยอะอย่างประหลาด... (จากตารางสอนพี่ บัตินี้อาจเปลี่ยนไปแล้ว.)

วิชาที่เด็กศิลป์ญี่ปุ่นติดศูนย์ 0 มากที่สุด คือวิชา..คณิตศาสตร์จ้า รองลงมาก็วิทย์ (ก็ไม่แปลกหรอกเนอะ เห้อะๆ) พวกวิชาวิทย์กับคณิตเราจะเรียนแค่พื้นฐานนะ ไม่ค่อยลงลึกแบบพวกสายวิทย์ อาจารย์จะสอนไม่ค่อยยากหรอก ..แต่ออกข้อสอบยาก เวลาเรียนเราต้องตั้งใจฟังนะ เพราะถ้ามัวแต่คุย แต่งหน้า ทำผม น้องเอ้ย.. พอถึงตอนสอบก็มานั่งไม่รู้เรื่อง แย่เลยน่ะ คือก็รู้ว่าอุตส่าห์หนีมาแล้ว ฮ่าๆ แต่ตั้งใจกันเหอะ นะ..

วิชาภาษาไทย.. อืมห์.. ถ้าน้องโชคดีน้องก็จะเจอกับอาจารย์จุฬีนาถ แต่ถ้าน้องไม่ทำบุญมามากๆ ล่ะก็ น้องก็จะเจอกับอาจารย์บุบผาจ่ะ แต่พี่นั้นคงทำบุญมามากเหลือเกิน (หึหึหึ) แต่อาจารย์ท่านก็สอนดีทั้งสองคนแหละนะ เพียงแต่ว่าอาจารย์บุบผาแกเป็นอาจารย์ฝ่ายปกครอง เหล่าบรรดานักเรียนหญิงผู้นำแฟชั่นทั้งหลายจะกลัวแกเป็นพิเศษ แต่เวลาสอบเห็นเขาบอกว่ายากเหมือนกัน สู้ๆ นะ วิชาภาษาไทยไม่ใช่ง่ายๆ นะ ยากนะเออ อย่าดูถูกภาษาไทย..

วิชาสังคมกับพระพุทธศาสนา .. มันดูเหมือนจะง่ายนะ แต่พี่ว่ามันยาก เพราะเนื้อหามันเยอะ เยอะมากๆ จำกันให้หัวปูดกันทีเดียว แต่ถ้าฟังอาจารย์น่ะจะเข้าใจ เพราะอาจารย์สังคมเขาจะสอนแนวเล่า เล่าให้ฟัง มันจะสนุก น้องต้องสนุกไปกับมัน แล้วน้องก็จะจำได้อัตโนมัติ แต่หลายคนนี่จะหลับกันให้ได้.. เวลาเรียนอย่านั่งหลังห้อง เพราะน้องจะไม่ได้ยิน.. (มันชอบคุยกัน) แล้ววิชาพระพุทธศาสนาจะเป็นวิชาที่ไม่ค่อยยากนะ งานจะน้อย แต่ต้องทำงานให้เสร็จส่งตรงเวลา เพราะเมื่องานน้อย ทุกงานจึงสำคัญยิ่ง แต่จะเรียนไม่ยาก แต่ข้อสอบนี่พากันอยากเข้าวัดทั้งนั้น..

วิชาภาษาอังกฤษ ก็เป็นวิชาที่สำคัญลองจากภาษาญี่ปุ่นเลยนะ ก็จะเรียนยากๆ เหมือนเดิม แล้วก็มีสติ้วเด้นวีคลี่ (Student Weekly) เวลาเรียนภาษาอังกฤษห้องก็จะเงียบๆ แล้วก็จะคุยกันมั่ง เรียนสบายๆ แต่ถ้าถึงเวลาเรียกตอบนี่จะนั่งกันตูดไม่ติดเก้าอี้กันทีเดียว..

วิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ หรือคอมพ์นั่นเอง เป็นวิชาที่ชอบมากที่สุด เพราะจะได้เล่นคอม อยู่ห้องแอร์ ส่วนตัวแล้วพี่ชอบคอมพ์อยู่แล้ว เกรดก็เลยจะดีเป็นพิเศษ.. โฮะๆๆ แต่อาจารย์ที่สอนเขาละเอียดมากเลยนา เช็คว่ามาเรียนรึเปล่า ลอกงานรึเปล่า ส่งงานครบรึเปล่า แล้วก็จะเอาชาร์ตคะแนนให้ดูทุกอาทิตย์ (กระตุ้นๆ) แต่คนที่ไม่ได้ฟังเวลาเรียนมันก็เหมือนจะหลุดไปเลย พวกผู้ชายมันก็จะเล่นเกม(ดอทเอ)กัน พวกนี้นี่มีความสามารถจริงๆ อืมห์

วิชาสุขศึกษา .. เป็นวิชาที่น่าเบื่อมาก.. (สำหรับพี่) ไม่ค่อยมีใครเห็นความสำคัญ.. วิธีสอนของอาจารย์คือ สอนแล้วให้ทำงานในห้องไปเลย เพราะถ้าให้งานค้างไว้ สุดท้ายมันจะไม่ส่งกันอ่ะเด้ ข้อสอบมันก็อยู่ในหนังสือนั่นแหละ เวลาเรียนก็ดูว่าอาจารย์แกพูดเรื่องอะไรบ่อยๆ เรื่องนั้นล่ะออก ชัวร์ๆ ส่วนวิชาพละ ก็จะเรียนกีฬา (แล้วจะให้เรียนอะไรล่ะเออ) ก็ไม่ยาก ผู้ชายมันชอบเล่นกัน เป็นคาบที่เพื่อนๆ มีโอกาสเล่นด้วยกันเหมือนครั้งยังวัยเยาว์ อิอิ แต่พอปลายๆ เทอมทีไร อาจารย์มักจะหายหน้าหายตาไปทุกที แล้วคะแนนก็หายไปซะงั้น (พี่ได้เกรด 2 วิชาพละมา 2 เทอมแระ รู้สึกแค้น + + ฮิฮิ)

วิชาศิลปะ .. พี่ว่าค่อนข้างสนุกทีเดียว แต่ห้องเรียนศิลปะมันจะร้อน(ตอนบ่าย) พัดลมนี่ก็จะน้อยมาก เรียนก็สนุกดีนะ วาดรูป ระบายสี แล้วก็พวกเนื้อหาเกี่ยวกับศิลปะ เวลาเรียนในห้องบรรยากาศก็จะหน่ายๆ ไม่ค่อยกระตือลือล้นเท่าไหร่ วิธีได้คะแนนดีคือส่งทุกงาน ตรงเวลา สอบเกิน 70% แล้วเกรด 4 จะลอยมาเอง..

วิชาเพิ่มเติม ขี้เกียจอธิบาย แต่มีให้เลือกดังนี้ ช่างไม้, ช่างไฟ, ผ้าบาร์ติก, ดอกไม้ใยบัว, การปลูกดอกไม้กระถาง, วาดเส้น, สีน้ำ, คอม1, คอม2 มีแค่เนี้ยมั้ง จำได้แค่เนี้ย

*หมายเหตุ – เพิ่มเติมคอมเสียเพิ่ม 500 บาท แต่ว่าจะสอนอะไรก็แล้วแต่อาจารย์ประจำวิชาจะบอก เขาเปลี่ยนไปเรื่อย โดยแบ่งเป็น 2 วัน คือ คอม1, คอม2 สอนคนละวิชา สามารถเลือกคอมได้ทั้ง 2 วัน (ถ้าไหวน่ะ)

แต่แนะนำให้เรียนอะไรง่ายๆ เพราะจะได้ไม่เหนื่อยนะจ๊ะ

เสื้อฮัปปิ

clip_image001

โอ้ววววว เสื้อฮัปปิ เสื้อนี้มันหมายถึงอะไรกัน?? รึว่า.. รึว่า!!! โป้กกก!! (โดนโบกอย่างแรง) เสื้อฮัปปิก็คือเสื้อแบบญี่ปุ่น เป็นเสื้อสำหรับใส่เวลามีงานเทศกาลของญี่ปุ่น แต่เสื้อฮัปปิสำหรับเรานั้นเอามาใส่แค่วันลานวิชาการเท่านั้น..... ล้อเล่น! เสื้อฮัปปิใส่ที่ไหนก็ได้ ใส่โชว์ก็ได้ (พี่ใส่ไปเดินฟิวเจอร์) เสื้อฮัปปิเปรียบประหนึ่งเสื้อประจำห้องและรุ่นเลยนา เห็นอาจารย์บอกว่าจะไม่ให้ซ้ำแบบกัน อย่างของรุ่นพี่จะเป็นสีแดง ตัวอักษรสีดำ ลายขาว ส่วนของปีก่อนเป็นสีน้ำเงิน ตัวอักษรสีแดง ลายขาว เวลาใส่ก็ใส่กับอะไรก็ได้ เป็นเอกลักษณ์ของศิลป์ญี่ปุ่น คือทุกคนต้องมี ต้องซื้อ สงวนตัวละ 450 บาท (แต่ไม่รู้จะขึ้นราคาอีกป่าวนะ)

กิจกรรม

clip_image003clip_image005clip_image007

กิจกรรมเด่นที่สุดของศิลป์ญี่ปุ่นคือ ได้ต้อนรับนักเรียนจากโรงเรียนฮิกาชิอุจิ ซึ่งเดินทางมาจากญี่ปุ่นเลยนา ปีนี้เขาก็จะมาอีก เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมกัน คือเค้ามาโชว์วัฒนธรรมเค้า แล้วก็ดูวัฒนธรรมเรา ส่วนเราก็โชว์เค้า แล้วก็ดูเค้าเหมือนกัน โดยจะมากันประมาณเดือนมิถุนายน จะเป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากๆ เพราะเราจะได้เห็นเด็กนักเรียนญี่ปุ่นตัวเป็นๆ (พูดเหมือนเขาหายาก - -“) แล้วเราก็จะต้องพูดกับเขา!!

สิ่งที่นักเรียนศิลป์ญี่ปุ่นต้องทำคือ คิดการแสดง ว่าเราจะโชว์อะไรเค้าดี บางทีอาจารย์ก็คิดให้ จะเป็นการโชว์ความสามารถว่าเราพูดภาษาญี่ปุ่น หรือร้องเพลงได้นา แล้วเราก็ต้องเตรียมกิจกรรมที่เกี่ยวกับไทยๆ ด้วย เพื่อจะไปทำกิจกรรมกับเขา ในช่วงแลกเปลี่ยนกันแต่ละกลุ่ม โดยจะแบ่งนักเรียนในห้องเป็นกลุ่มๆ แล้วให้แต่ละกลุ่มคิดว่าจะทำกิจกรรมอะไร อย่างเช่น สอนเขียนชื่อภาษาไทย การละเล่นไทย รำไทย ขนมไทย ฯลฯ เราก็ต้องแสดงและให้ข้อมูลเค้า อย่างตอนที่พี่ทำ พี่ก็ทำเกี่ยวกับชุดไทย เอาชุดไทยมา แล้วก็ลองให้เขาใส่ เขาก็ดูตื่นเต้นนะ แต่บ้านเรามันร้อนอะน้อง ทำไปเหงือตกไป แบบตะกุกตะกัก ส่วนทางนักเรียนญี่ปุ่นเขาก็แบ่งกลุ่มมา เราก็จับกลุ่มกัน เขาก็เอาของเล่นโบราณญี่ปุ่นมาให้เราเล่น อย่างลูกข่างอะไรแบบนี้ สนุกมากๆ (แถมเด็กญี่ปุ่นยังน่ารักอีกตะหาก) แล้วพอจบกิจกรรมแลกเปลี่ยน เราก็จะแลกเปลี่ยนอีเมลกัน อ่อ.. พี่ทำนามบัตรให้เค้าเลยแหละ เอิ๊กส์ๆๆๆ

เมื่อเราจับกลุ่มกันปุ๊ป เราก็ต้องแนะนำตัว พี่ก็อาจารย์สั่งมาให้แนะนำเป็นภาษาญี่ปุ่น ก็ท่องกันไม่หวั่นไม่ไหวเลยทีเดียว ก็ตื่นเต้นแปลกๆ ดี เด็กญี่ปุ่นเขาก็น่ารักนะ จะหัวเราะ จะยิ้มตลอด อยู่แล้วไม่ค่อยเครียดเลย อ่อ.. เราทำกิจกรรมกันบนชั้น 4 โรงยิมนะ คิดดูสิมันจะร้อนขนาดไหน - -“ ภาษาอังกฤษไม่ต้องพูดถึง เราก็ไม่ค่อยเก่ง เขาก็ไม่ค่อยเก่ง ฉะนั้นโซโล่อังกฤษไปบางทีเขาก็ไม่เข้าใจนะ เหอะๆ ขอบอกว่าเห็นหนุ่มญี่ปุ่นแล้วใจตุ้มๆ ต่อมๆ มาก คือแบบเหมือนราศีจับแปลกๆ ฮ่าๆๆ น่ารักมากๆ เลย

หลังจากทำกิจกรรมของเด็กศิลป์ญี่ปุ่นกับนักเรียนญี่ปุ่นจบแล้ว เราก็จะพาเขาไปดูพวกวัฒนธรรมอื่นๆ อย่างเช่น มวยไทย ตะกร้อ แล้วก็จะมีการเล่นกีฬาระหว่างเด็กไทยกับเด็กญี่ปุ่นด้วย

รุ่นพี่ที่ประสบความสำเร็จ

มีรุ่นพี่เยอะแยะเลยน้องที่เขาติดม.รัฐบาลกัน อย่างรุ่น 10 ก็มีติดจุฬาฯ ธรรมศาสตร์ ศิลปากร ราชมงคล เยอะแยะน้อง มีแค่ส่วนหนึ่งเท่านั้นแหละ ที่ต่อเอกชน เพราะเอกชนเขามีเทคโนโลยีดีกว่า คนชอบทางคอมก็จะไปเอกชนกันเยอะ

คณะที่น้องๆ สามารถไปต่อได้

คณะมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์

คณะศิลปศาสตร์

คณะรัฐศาสตร์

คณะวารสารศาสตร์และสื่อมวลชน

คณะอักษรศาสตร์

คณะนิเทศศาสตร์

คณะครุศาสตร์

คณะศึกษาศาสตร์ (ภาษา-สังคม)

คณะนิติศาสตร์

คณะบรรณารักษ์ศาสตร์

ครุศาสตร์และศึกษาศาสตร์ (ด้านภาษา - สังคม) เป็นต้น

คณะมัณฑนศิลป์

คณะโบราณคดี

คณะศิลปะศาสตร์

วิทยาการการจัดการโรงแรมและการท่องเที่ยว

หรือบางคนชอบเกษตร ประมง ฯลฯ ก็น่าจะเลือกได้นะ พี่ไม่ค่อยรู้อ่ะ.. 55+

เป็นไงล่ะ เข้าได้เยอะชิแม๊ะ ฮ่าๆๆๆ กัมบะเตะเน๊ะ พยายามเข้า สู้ๆ

วันศุกร์ที่ ๒๐ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

English Program : ไดอารี่สายนี้มีแต่เรา

เรื่อง : ชัญญณัช พัฒนเจริญ


ขึ้นชื่อว่า เด็กโครงการพิเศษ คงเป็นห้อง.....ที่เน้นวิชาการ งานเยอะแยะ มีอภิสิทธิ์ และยิ่งมาเรียน EP คงพูดอังกฤษกันไฟแลบ มีหวังข้าพเจ้าคงได้บ้าก่อนจบแน่ ๆ นั่นเป็นความคิดแรกที่ได้เยื้องย่างชำเลืองเดินเข้าโงเรียนนี้มาครั้งแรก

หลังจากที่ได้พยายามขวนขวายอ่านหนังสือ (การ์ตูน +นิยาย) สอบเข้าจนได้ (ปล.มันเป็นวิธีที่ผิดนะ ทางที่ดีก็คงจะฝึกภาษาเพราะข้อสอบมันเป็นภาษาอังกฤษนี่นะ แต่ก็อย่าหักโหมมาก โดยเฉพาะวันก่อนสอบ ไม่งั้นสมองจะล้า มึนทำข้อสอบไม่ได้ แล้วอย่าหาว่าไม่เตือนล่ะ) เข้าเรื่องต่อเปิดเทอมวันแรกเพื่อนร่วมห้องที่ได้พบเห็น มีแต่คนที่ดูคร่ำเคร่ง เคร่งเครียด จริงจังก็ชีวิต ไม่ก็บางคนก็ดูเป็นคุณหนู .... คุณชาย... เก็ง ๆ ที่จะเข้าไปพูดคุยด้วย (คล้ายภาพที่คนอื่น ๆ มองกันแหละค่ะ)

แต่แล้วความจริงก็ถูกเปิดโปงออกมา เด็ก EP ไม่ได้เป็นอย่างที่ใคร ๆ คิดเลย เด็กห้องนี้มีระเบียบวินัย เรียบร้อยกันมากมาก พูดจาเหมือนดังอยู่ในราชวัง พูดอังกฤษจนฝรั่งอ้าปากหวอ (U say อะไร I’ DON’T UNDERSTAND) รักษาทรัพย์สินและดูแลห้องได้ดีเลิศทีเดียว (ลองไปถามรอง ฯอิทธิพลดูได้ว่าหมดงบซ่อมห้องพวกเราไปเท่าไรแล้ว) คงไม่ต้องพูดเรื่องนิสัยกันแล้วมั้ง ทั้งโก๊ะ, บ๊อง, แบ๊ว, ต๊อง, พูดจนลิง sleepได้ เฮฮา ชวนเล่นอะไรแพรงๆเรื่อย ฯลฯ เอาเป็นว่าก็ง่าย ๆ ก็คือ opposite from your view ตรงข้ามกับที่เห็นๆกัน

ว่ากันถึงเรื่องบรรยากาศในห้อง + การเรียนก็อย่างที่รู้ ๆ กันอยู่ พวกเราเรียนในห้องแอร์อันสิ่งสถิตอยู่ชั้น 4(และก็ชั้น9บ้างเปลี่ยนๆไปใน ม.ปลาย) อาคารสิรินทร 1 ก็นับได้ว่าค่อนข้างจะสะดวกและสบาย สื่อ, วัสดุ, เครื่องมือสำหรับการเรียนการสอนก็พร้อม (แถมปีนี้อัพเดตมีกล้องติดตามการเรียนในทุกห้อง รับรองไม่พลาดความเคลื่อนไหวของเราส่งตรงหน้าจอ ณ ห้องโครงการพิเศษ)

พวกเราเรียนกันเป็นภาษาอังกฤษหมด ยกเว้นภาษาไทย การงาน แนะแนว และพระพุทธฯ (ด้วยเหตุผลที่คงจะเดากันได้นะ) กับคุณครูฝรั่งที่สปิค English ไฟแลบ + คุณครูจาก จปร. (เป็นทหารน่ะค่ะ) แต่ก็พูดอังกฤษได้ไม่แพ้เจ้าของภาษาเชียว (ปล.อาจารย์ จปร.บางท่านยังเป็นกำลังใจให้นักเรียนด้วย สำหรับผู้ชายก็อนาคตเตรียมทหาร ส่วนเด็กผู้หญิงก็แอบปลื้มอาจารย์กัน แต่ก็ต้องรับประทานแห้วกันไป อาจารย์ท่านมีครอบครัวแล้ว!!!)

นอกจากห้องเรียนและภาษาที่ใช้เป็นสื่อกลางที่ต่างกับห้องอื่น ๆ แล้ว สิ่งหนึ่งที่พวกเราคิดว่าได้รับโอกาสที่ดีก็คือ การได้ไปค่ายอบรมตัวเองต่าง ๆ ตั้งแต่ ม.1 ปีละ 2-3 ครั้ง ทำให้เราได้ฝึกหลาย อย่าง เช่น ม.2 ได้ไปค่ายศิลปะการพูด ก็ได้ฝึกการพูดต่อหน้าสาธารณชน พัฒนาบุคลิกภาพ หรือตอน ม.4 ไปค่าย IQ เรียนรู้เทคนิคการจำต่าง ๆ ซึ่งได้นำมาปรับใช้กับการเรียนได้เป็นอย่างดีทีเดียว

การเรียนในสายนี้ก็ถือว่าเป็นวิทย์-คณิตภาค Inter นั่นเอง มีเนื้อหาที่ cover เหมือน ๆ กันแต่แค่ใช้ภาษาในการสื่อสารต่างกันเท่านั้น และด้วยโอกาสดี ๆ ที่เราได้รับนี้ ทำให้เราได้ฝึกฝนภาษาให้ดียิ่งขึ้น จนทำให้เกิดการออกไปแข่งขันมากมาย เช่น การพูดสุนทรพนจ์ทั้งไทย-อังกฤษ, แข่งขันเล่านิทานภาษาอังกฤษจนได้รางวัลชนะเลิศระดับมาครอง, การแข่งขันคัดลายมือ, ร่วมงานแข่งขันวิชาการค่าง ๆ รวมถึงการสอบชิงทุนนักเรียนแลกเปลี่ยนในหลายโครงการ เช่น AFS YFU UCE EF เป็นต้น

และด้วยโครงการเหล่านี้เอง ทำให้เราจำเป็นต้อง Say good bye ส่งเพื่อน ๆเราหลายคน Go inter กันไป (Bye Tc yourself นะจ๊ะ) ก็ขอขอบคุณคุณครู (ที่แสนน่ารัก) ทุกท่านนะคะที่คอยดูแล เอาใจใส่ เคี่ยวเข็ญพวกเราจนผ่านพ้นมาจน ม.5 ได้ ขอบคุณเพื่อนๆทุกๆคนที่ร่วมประคับประคอง จับมือกันก้าวผ่านมาจนถึงวันนี้ ขอบคุณโชคชะตาและโอกาสที่ทำให้เรามาพบกันและมีวันเวลาดีๆเหล่านี้ร่วมกัน วันนี้ วันที่เราเข้าใกล้จุดมุ่งหมายของฝันเรานะ ก็อยากจะฝากทุกๆคนว่าให้ลองมาสัมผัสกับวิถีชีวิตและวิถีทางแห่งความฝันของพวกเราสายนี้ แล้วจะพบว่ามันแตกต่างจากที่คุณคิดกันไว้มากมาย ไม่ได้ต้องเคร่งเครียด ฉลาดเก่งเหนือใคร หรือไม่ได้สวยหรู เล่อเลิศ งดงาม มีอภิสิทธิ์เหนือผู้ใด เป็นเพียงเส้นทางปกติทั่วไป ที่อาจทำให้เราได้เรียนรู้อะไรๆมากยิ่งขึ้น ก็อยากชวนน้องๆทุกคนเข้ามาลองสัมผัสกับเส้นทางฝันสายนี้ แล้วก็จะรู้ว่า English easier than you think ภาษาไม่ได้ยากอย่างที่คุณคิด. See ya นะคะทุกคน

วันพฤหัสบดีที่ ๑๒ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

Gifted Education Program : ไดอารี่สายนี้มีแต่เรา

เรื่อง : เกชกนก   อภิชาตสุภาพขจร

clip_image002

(หัวหน้าห้องตลอดกาล ดูสภาพ ..)

Gifted Education Program ภาพที่คนข้างนอกมอง ช่างแตกต่างจากความเป็นจริง (จริงๆนะ).. ตอนแรกนึกว่าจะต้องมาอยู่กับเพื่อนที่แบบ แว่นหนาเตอะ เอาแต่อ่านหนังสือ … ที่ไหนได้ อื่มมมม โปรแกรมนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ

 

 

 

clip_image004
(ฉากหลังยังคงเป็นสูตรฟิสิกส์)

ว่าด้วยเรื่องการบ้านก่อนเลย ส่วนตัวก็ไม่แน่ใจว่าสายอื่นเค้าจะเหมือนกันรึเปล่า แต่ขอยกตัวอย่างก่อนละกัน ตอน ม.4 วิชาคณิตศาสตร์ อาจารย์สั่งการบ้าน 150 ข้อ ให้เวลาประมาณ 5 วัน เคมี ฟิสิกส์ ชีว สอบทุกอาทิตย์ โดยอาจารย์ จปร. บวกกับงานวิชาอื่นประปราย อืม หนักนะคะ แต่เอาเข้าจริงก็ยังพอมีเวลาโดดยาง ถ่าย MV (ผู้เกี่ยวข้องถึงเข้าใจ 55) เพื่อนๆในห้องมีส่วนช่วยมากๆในการคลายเครียด ขำกันได้ทุกวันทั้งวัน (สงสัยจะเรียนหนักเกินไป)

 

จากที่เคยไปเรียนห้องสายธรรมดา(ประมาณ 2 วัน) รู้สึกได้เลยว่าเราห้อง GEP. สนิทกันมากกว่าห้องอื่น จริงๆนะ อาจจะเป็นเพราะอยู่กันมา 3 ปีก่อนแล้ว เห็นหน้ารู้ไส้รู้พุงไม่มีอะไรจะเสียกันแล้ว เวลาเรียนก็เลยฮากันได้แบบไม่ต้องเกรงใจใคร (ยกเว้นอาจารย์)

สิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับโครงการพิเศษคือการเข้าค่าย คงจะเป็นเพราะสิ่งนี้แหละ ที่ทำให้เราสนิทกัน เพราะได้นอนด้วยกัน ทำงานร่วมกัน มีการแสดงบนเวที ปล่อยของกันไป ถือเป็นการละลายพฤติกรรม อย่างที่บอกแล้วว่าเราสนิทกันจนไม่มีอะไรต้องเสีย

 

 

clip_image006

(สงสัยเมื่อคืนจะหนัก55)

ไม่ว่าจะค่าย EQ ค่ายคณิต ที่ทะเลหรือเชียงใหม่ เพื่อนๆกันยังเฮฮาได้เหมือนเดิม ตลอดการเดินทางและตลอดค่าย ถือเป็นการพักผ่อนได้ดีเลยทีเดียว

 

 

clip_image008

สรุปได้เลยว่าเลือกไม่ผิดจริงๆ สำหรับการเข้ามาเรียนในโปรแกรมนี้ ขอบคุณเพื่อนๆ (ที่ช่วยคลายเครียด) อาจารย์ (อบรมสั่งสอนและอดทนกับพวกเรา) ขอบคุณรุ่นพี่ รุ่นน้องที่ดูแลกันอย่างดี(อบอุ่นๆ) สุดท้ายขอย้ำต่อว่าภาพที่ข้างนอกเห็นว่าเครียด มันแตกต่างจากความจริง (จริงๆนะเออ..)

 

clip_image010     clip_image012

 

 

วันจันทร์ที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๑

สายวิทย์-คณิต : ไดอารี่สายนี้มีแต่เรา

เรื่อง นางสาวอารดา วงษ์วิกย์กรรม


น้องๆม.ต้นหลายคนอาจสงสัยว่าการเรียนในระดับม.ปลายเป็นอย่างไร บางคนอยู่ม.3แล้วแต่ยังไม่รู้ว่าจะเรียนสายไหน แล้วจะเรียนไปเข้าคณะอะไร พี่มีคำตอบให้ค่ะ

 

ขั้นแรก
น้องต้องสำรวจตัวเองว่า น้องชอบเรียนวิชาไหน แล้วที่ชอบนั้นเรียนได้ดีมั๊ย มันก็จะมีอีกปัญหาหนึ่ง คือ เรียนดี(มั้ง)แต่ไม่ชอบ(-_- )( -_-)(-_- )!!! กับชอบแต่เรียนได้ไม่ดี “แล้วจะเลือกยังไงคะพี่?” คำตอบก็ไม่ยากจ้ะ ขอแค่ทำตามใจตัวเอง ชอบแต่เรียนได้ไม่ดีมันก็ยังมีความชอบ ความชอบคือสิ่งที่ทำให้คนไขว่คว้านะจ้ะ ^ ^

แต่ถ้าไม่ชอบแต่เรียนดี  มันก็คือความไม่ชอบ ฝืนไปก็เท่านั้น ถึงผลการเรียนตอนแรกๆจะออกมาดี แต่นานๆไปมันจะไม่อยากอ่านหนังสือนั้น แล้วจะกลายเป็นว่ายิ่งเรียนยิ่งแย่ ทีนี้แหละผิดพลาดไปหมด

 

ขั้นที่สอง
พอเลือกวิชาที่ชอบได้แล้ว มาดูว่าอยากเป็นอะไร เช่น

 

“ชอบฟิสิกส์ค่ะพี่ เลือกสายวิทย์ โตไปอยากเป็นวิดวะ” ก็โอเค
มันตรงกับที่ชอบและอยากเป็น ก็เป็นบุญกุศลของแกไป!! แต่ถ้าบอกว่า

“ชอบอังกฤษอ่ะ อยากเป็นหมอ แต่ไม่ชอบเคมีกะชีวะ ทำไงคะ?”
อาการเยี่ยงนี้พบได้โดยทั่วไปในปุถุชนคนที่ไม่ใช่เทพ (รวมพี่ด้วย -_-)

อันนี้นะคะ พี่ขอบอกว่าน้องชอบวิชาอะไรมันก็เป็นทุนเดิมทุกวิชาอยู่แล้ว แต่ไอ้วิชาที่ไม่ชอบเนี่ยยังไงมันก็ไม่เข้าหัว พี่แนะนำให้กินมันเข้าไป โดยเอาไปต้ม ต้มแล้วกินมันไปเลยมันจะได้ไปเลี้ยงสมอง ว๊าา...าา!! ไม่ใช่...ที่จริงอยากให้พยายามอ่านวันละนิดวันละหน่อย ซัก 10 นาทีต่อวันก็โอเคแล้ว แต่ว่า..เมื่อพยายามอ่านหนังสือมักมีโรคโรคหนึ่งเกิดขึ้น คือ “Abnoread Cycro-benzene Lactobacyrus” (โรคอะไรเนี้ย...) อาการของมันคือ มีการหวาดกลัว หนาวสั่น จับไข้ ยื่นมือไปจับหนังสือไม่ได้ จับปุ๊บเหมือนโดนไฟช๊อต พอเริ่มเปิดหนังสือ จ้องประมาณ 2 วิ ตาจะเหลือกน้ำลายจะฟูมปาก มือเริ่มเกร็ง รักษาได้โดยการปิดหนังสือแล้วไปเตะบอล เตะตะกร้อ โดดยาง เล่นหมากเก็บ หรือเป่ากบ เกิดขึ้นกับทุกเพศทุกวัย กระเทย ตุ๊ด ทอม ดี้ และพวกแอ๊บแมน มักจะเป็นอาการเรื้อรังจนถึงม.6ถึงจะสำนึกและก็จะพบมากในเด็กวิทย์

 

ขั้นที่สาม
มาเลือกสายดีกว่า พอได้วิชาที่ชอบแล้วรู้ ว่าอยากเป็นอะไร ก็มาเลือกสายดีกว่านะ เริ่มจากสายวิทย์ก่อน วิชาที่เรียนก็

- ฟิสิกส์ ก็พวก ไฟฟ้า แรง โมเมนตัม คลื่น อะไรทำนองนี้

- เคมี ก็เป็น อะตอม ตารางธาตุ หิน ดิน สารชีวโมเลกุล ฯ

- ชีวะ จะเป็นพวก สิ่งมีชีวิต ระบบต่างๆ การสังเคราะห์แสง

- คณิต ก็เป็น ตรรกศาสตร์ ความน่าจะเป็น สถิติ จำนวนเชิงซ้อน แคลคูลัสฯ

- อื่นๆก็พวก ภาษาอังกฤษ ไทย พระพุทธ สังคม พละ

“แล้วประกอบอาชีพไรได้บ้างคะพี่” ก็ตอบง่ายๆ

“ทุกอย่างที่อยากเป็น ไม่ว่าจะเป็น หมอ วิดวะ ถาปัด ถาปนิก ครู ดารา นักร้อง ขายปลาร้า ตำส้มตำ มาเฟีย แม่บ้าน ยาม อะไรก็ได้ตามใจท่าน”



ต่อมาก็ ศิลป์-คำนวณ ก็เรียนพวกวิทย์บ้าง ปีละ 1-2 อย่าง แต่จะหนักคณิตมากกว่า ก็จะเข้าคณะได้น้อยกว่าวิทย์นิดหนึ่ง จะเหมาะกับพวกบัญชี บริหารทำนองนี้

 

ศิลป์-ภาษา จะเหมาะกับพวกไกด์ แอร์ ทำทัวร์หรือการโรงแรม หรืออะไรก็ว่าไปเน้อ

 

ศิลป์-ญี่ปุ่น สำหรับคนที่มีความฝันจริงๆเพราะงานหรืออาชีพจะน้อย รวมถึงคณะด้วย อาจเข้าเกี่ยวกับไกด์ นักแปล อะไรทั้งหมดเกี่ยวกับภาษาญี่ปุ่น

 

ศิลป์-จีน คล้ายกับศิลป์ญี่ปุ่นแต่ภาษาจีนก็เป็นภาษาที่3แล้วนะจ้ะ

 

สุดท้าย ศิลป์-ทั่วไป จะเป็นพวกนักกีฬาที่จบไปก็มีงานทำ(เหอะๆๆ) มีมหาลัยกีฬาเข้า มีโอกาสเป็นนักกีฬาทีมชาติ อย่างรุ่นพี่เราก็หลายคนอยู่นะ

 

คราวนี้มันจะมีปัญหาอีกตรงที่ บางคนอยากเรียนวิทย์ใจจะขาด แต่เกรดไม่ถึงจะทำไงคะ อันนี้พี่ก็มิทราบได้ ไม่ใช่!! ทางที่ดีคือตั้งใจเรียนตั้งแต่ม.1 ไม่ว่าน้องอยากเข้าสายอะไร “แล้วอยู่ม.3 แล้วจะแก้ยังไงคะ” อันนี้ก็ไม่ยากสำหรับคนที่ไม่ทันเสียแล้ว ก็เส้นไง “เส้นเล็กเส้นใหญ่คะพี่ เส้นหมี่หรือสุ้นเส้น” (บ้า!!..วู้..)

ก็ทำไงดีอ่ะ มันก็คงต้องหาอาชีพที่ใกล้เคียงกับของเก่า และได้สายอื่นก็พยายามนะ เพราะเค้าบอกว่าเดี๋ยวนี้สายศิลป์ก็มีสิทธิ์สอบหมอ เพราะเค้ามีสอบตรงอ่ะ น้องก็ต้องพยายามมากขึ้นอีก คงต้องหาหนังสือมาอ่าน หรือจะติวเพิ่มก็ว่ากันไป

อีกปัญหาคือ “ไม่อยากเรียนวิทย์อ่ะ แต่พ่อแม่อยากให้เรียนเป็นหมอ แต่ตัวเองอยากเป็นช่างภาพ” นี่หล่ะปัญหาใหญ่ พี่จะบอกว่าเราต้องเลือกเอง อย่าให้ใครทำลายฝันเรา เพราะอนาคตพ่อแม่ไม่ได้อยู่กับเราตลอดชีวิตเราอาจทำตาม แต่ชีวิตที่เหลือล่ะ อย่างพ่อแม่บังคับให้เราเรียนหมอ เราทำตามเป็นได้ดังที่ใจพ่อแม่หวัง แต่เรามีความสุขมั้ย? และถ้าลูกเรียนไม่ได้ ลูกฆ่าตัวตายล่ะ? ลูกไปติดเหล้าเมายาล่ะ? ลูกบอกว่าท้องล่ะ? ถ้าเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเพราะความเครียดความกดดันที่พ่อแม่ผลักไสให้ จะทำยังไง?

น้องๆคะ เรื่องแบบนี้ต้องค่อยๆคุย คุยแบบเปิดใจว่าน้องอยากเป็นอะไร น้องชอบอะไร บอกให้พ่อแม่รู้และแสดงออกมาให้ท่านเห็นว่าเราทำสิ่งที่ชอบได้ดีมากแค่ไหน อย่างเช่น ถ้าน้องชอบดนตรี น้องไปเรียน แล้วแข่งได้ที่ 1 ของประเทศ น้องไปกวาดรางวัลมาเป็นร้อยๆ พี่เชื่อว่าพ่อแม่ทุกคนต้องสนับสนุนแน่ เท่านี้น้องก็จะประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

นอกจากพี่จะแนะแนวทางเล็กๆน้อยๆให้แล้ว พี่ก็คิดว่ามีคนอยากรู้ว่าการเรียนในห้องของม.ปลายจะเป็นอย่างไร และเวลาเรียนเป็นไงบ้าง ตัวพี่เองเป็นเด็กวิทย์(บันเทิง) พี่ก็ขอแนะนำสายวิทย์ละกัน บางคนมีคำถามว่าต้องเครียดมั้ย ต้องกวดวิชาตั้งแต่เช้าจนค่ำมั้ย ความจริงก็จะได้เห็นต่อไปนี้แหละ...

 

clip_image002

นี่เวลาเรียน...++

 

 

clip_image004

>>เวลา(ส่วนมาก)เราสำราญใจ>>>

 

 

clip_image006

เวลาเล่นก็เป็น....>ส่วนมาก<

 

 

clip_image008

เป็นการเป็นงาน +_+

 

 

clip_image010

O_O...เนี่ย present งาน...

 

 

clip_image012

เวลาใกล้สอบถึงสำนึก++นั่งปั่นงานหัวฟู >> O_o <<

 

 

แต่สุดท้ายเกรดก็ออกมาดีเพราะเราเล่นเป็นเล่น เรียนเป็นเรียนนะจ๊ะ ยังไงน้องๆที่คิดว่าสายวิทย์เครียดละก็ ไม่จิ๊งไม่จิง(บางห้องน่ะ) การเรียนมันก็มีทุกบรรยากาศแหละจ้า น้องที่อยากเข้าสายวิทย์อาจเกร็งๆและกลัว เห็นแล้วก็สบายใจได้เลย เพราะมันมักจะเป็นงี้แหละ แล้วก่อนจากกันพี่ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทุกๆคนที่เรียนอยู่นะ สู้ๆ!! อยากเข้าสายอะไรก็ตั้งใจนะ หรืออยากเข้าคณะอะไร อยากเป็นอะไรก็ขอให้ทำได้อย่างที่หวังนะจ๊ะ

บ๊ะบายค่ะ

วันพุธที่ ๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ประกาศเว็บลิงค์เกี่ยวกับสวนกุหลาบฯ รังสิต

เว็บบอร์ดสวนกุหลาบวิทยาลัย รังสิตใน HI5
http://tumsing.hi5.com/friend/group/1385033--SuanKularb%2BRangsit%2B-%2BSKR--front-html

เว็บบอร์ดสวนกุหลาบฯ รังสิต รุ่น 11 ใน HI5
http://tumsing.hi5.com/friend/group/2959678--suan_rangsit%2B11--front-html

เว็บบอร์ดสวนกุหลาบฯ รังสิต รุ่น 8 ใน HI5
http://tumsing.hi5.com/friend/group/2582493--SuanKularb%2BRangsit%2B%257E%2B08--front-html

เว็บบอร์ดสวนกุหลาบฯ รังสิต รุ่น 3 ใน HI5
http://tumsing.hi5.com/friend/group/2859962--Suan_Rangsit_03%2B%2528Buliding_9_Fl--front-html

เว็บบอร์ดสวนกุหลาบฯ รังสิต รุ่น 4 ใน HI5
http://tumsing.hi5.com/friend/group/2446296--SKR%2B04--front-html


เว็บสารวัตินักเรียน

http://skr-dsbp.hi5.com/
http://www.skrsarawat.ws/home.html

วันจันทร์ที่ ๒๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑

แก้ไขลิงค์ใบสมัครcosplayงานเปิดลาน

จากปัญหาลิงค์เสียทำให้หลายๆคนพลาดโอกาส
บัดนี้ ใบสมัคร กลับมาแล้ว

วันพุธที่ ๒๓ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑

บีเอ๋ยบีบอย

You have just sent a nudge.

………

เหมือนชีวิตพึ่งตื่น เพียงลืมตา แค่มองออกไป
ทุกอย่างเปลี่ยนตามเวลาที่เราได้หลับใหล
สายตาที่กวาดมองไปรอบๆตัวเรา
ทุกสิ่งไม่เหมือนครั้งเก่าที่เราเคยมองผ่าน

เมื่อไม่นานมีกลุ่มเด็กบีบอยกลุ่มหนึ่ง
ที่เข้ามาโพสข้อความเชิญชวนในเว็บบอร์ดโรงเรียนถึงเรื่อง
หาพรรคพวกที่สนใจในเป้าหมายเดียวกันกับพวกเขา
เข้ามาซ้อม เล่นๆ เฮฮากับสิ่งที่รักอย่าง บีบอย ด้วยกัน

ที่มีชื่อกลุ่มว่า B-BoySpecial

...was added to the conversation.
และบทสนทนาย่อมๆเกิดขึ้นทาง
MSN
ก่อนจะนัดคุยกันอย่างจริงจังในวันรุ่งขึ้น

บีบอยคือเบรกแดนซ์ เป็นการเต้นที่ฝืนสังขาร
แต่สนุกและเสี่ยงที่จะลองทำ
กลุ่มติ๊งต๊องเรนเจอร์(
?)จึงขอเชิญชวน
เพื่อนๆพี่ๆน้องๆมาโย่ๆกันที่รูหนูข้างห้องวงโย
ในคาบักเที่ยงและตั้งแต่15.00น.-15.20น.
เพื่อฝึกซ้อม โชว์ ท้า(...) กันตามสะดวก

โดยมีจุดประสงค์หลัก คือ
1. มาใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์
2. มาออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ
3. รวมคนที่รัก
B-BOY

คุณสมบัติคนที่จะสมัครไม่ได้กำหนดอะไรทั้งสิ้น
เพียงกล้ามา ก็กล้ารับ
...


วันศุกร์ที่ ๑๘ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑

SKR COSPLAY CONTEST#1



ดาวโหลดใบสมัครได้ืที่
http://upload.mthai.com/F1/4790a84b97632
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่หมวดภาษาต่างประเทศ

วันอังคารที่ ๒๕ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐

ชวนน้องทำหนังสั้น

ปิดเทอมที่ไร เหมือนวาสนานำส่งให้มาพบกับทุกๆคนอีกครั้ง
คราวนี้!!! มีกิจกรรมน่าสนุกตอนปิดเทอมมานำเสนอ

นั้นคือ หนังสั้นจ๊ะ

นี้เป็นตัวอย่างให้ลองชมกันดู ทำเมื่อวานนี้เอง ประมาณ6ชม. เสร็จ ไม่น่าเชื่อว่าหน้าตาอย่างนี้จะทำได้เหมือนกัน


หนังที่ได้ชมไปตัดต่อด้วยโปรแกรมพื้นฐานที่มีในเครื่องและอุปกรณ์ง่ายๆ
1. paint
2. movie make
3. ไมโครโพนหรือเครื่องMP3-4
4. มันสมอง+ความตั้งใจ

ถ้าได้ลองดูหนังที่พี่ทำแล้วเกิดไอเดียดีๆ ก็เก็บไปทำต่อยอดความคิดของตัวเอง มีปัญหาอะไรถามพี่แจงก็ได้ ไม่ก็พี่ปิง cheer11...นั้นก็เก่งใช่ย่อยนะ

หนังของพี่อันเก่าที่ส่งประกวดกับรุ่นน้องก็อยากเอาให้ดูอยู่หรอก แต่อาย เอาไว้ก่อน ฮาๆดูแล้วอยากทำ ตอนปิดเทอม ก็ปรึกษาได้ที่ aoykav[AT]hot...นะแล้วนี้ก็คือเว็บไซน์ ชุมนุมหนังสั้นจ๊ะ...มีหนังสั้นดีๆดูเป็นกรณีศึกษาได้หลายเรื่อง แจ่มๆเยอะhttp://www.thaishortfilm.com/

หวังว่าจะสนุกกับกิจกรรมตอนปิดเทอมที่ได้เสนอแนะไปนะจ๊ะ

วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

ประกวดโครงงานเข้าประกวด “รางวัลแห่งปี”

หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ร่วมกับบริษัทปูนซิเมนต์เปิดโครงการ “เดลินิวส์-SCG ประกวดเจ้าความคิด” การประกวด โครงงาน“รางวัลแห่งปี” ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม รวมเป็นเวลาทั้งสิ้น 2 เดือน

สำหรับการประกวด “รางวัลแห่งปี” ทางโครงการฯไม่ได้มีการกำหนดหัวข้อในการประกวดแต่อย่างใด โดยการเปิดโอกาสให้น้องๆเยาวชน คิดโครงงานนวัตกรรมเกี่ยวกับเรื่องอะไรก็ได้เพื่อส่งเข้าประกวดซึ่งนวัตกรรมที่คิดนั้นไม่เกี่ยวกับการประกวดทั้ง 7 หัวข้อที่ผ่านมาก็ได้

โดยผู้ส่งโครงงานเข้าประกวด ไม่จำเป็นต้องเคยส่งผลงานหรือเคยได้รับรางวัลในการประกวดแต่ละหัวข้อก่อน แต่ต้องทำแบบจำลองหรือโมเดลของโครงงานนั้นๆ ส่งเข้ามาด้วย ส่วนผู้ที่เคยได้รับรางวัลที่1-3 ในแต่ละหัวข้อก็สิทธิส่งผลงานเข้าประกวดและต้องทำแบบจำลองหรือโมเดลของชิ้นงานแล้วส่งกลับมาที่โครงการฯด้วยเช่นกัน

สำหรับการส่งโครงงานเข้าประกวดนั้น จะต้องอธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับผลงานที่ประดิษฐ์ อาทิ แนวความคิด ที่มาของโครงงาน ขั้นตอนการประดิษฐ์ การต่อยอด ฯลฯ ความยาวประมาณ 2 หน้ากระดาษ A4 และขนาดของโมเดลที่ต้องส่ง มีขนาด กว้างXยาวXสูง ไม่เกิน 1 เมตร โดยไม่จำเป็นต้องใช้วัสดุที่มีราคาแพง เพียงแต่ทำแบบจำลองมาให้คณะกรรมการฯ เห็นภาพว่าผลงานที่ประดิษฐ์ขึ้นมานั้นจะมีรูปลักษณ์และหน้าตาอย่างไร เพื่อให้สามารถสื่อสารไอเดียได้

น้องๆเยาวชนสามารถส่งโครงงานหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานสื่อสารองค์กร อาคารสำนักงานใหญ่2 ชั้น1 บริษัทปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) บางซื่อ กรุงเทพฯ 10800 โทร. 0-2586-6612 โทรสาร 0-2586-2974 หรืออีเมล์ที่ vp2650@hotmail.com และ jirawatj@dailynews.co.th

กิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม

สมาคมบ้านเยาวชนแห่งประเทศไทย จัดกิจกรรมโครงการเดินทางสู้อ้อมกอดธรรชาติ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมโลก ครั้งที่ 12 ระหว่างวันที่ 9-10 มิถุนายน 2550 ณ สถานนีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เพื่อเป็นการเสริมสร้างให้เยาวชนไทยได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสร้างจิตสำนึกที่ดีเกี่ยวกับระบบนิเวศที่มีความสำคัญต่อชีวิตมนุษย์ สำหรับเยาวชนไทยที่มีอายุระหว่าง 12-15 ปี สนใจร่วมโครงการสมัครได้ที่ สมาคมบ้านเยาวชนแฟ่งประเทศไทย เลขที่ 25/14 ถนนพิษณุโลก เขตดุสิต กรุงเทพ 10300 โทร.0-2628-7413 หรือดูรายละเอียด www.hithailand.com โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 1 มิถุนายน 2550

ศิลปะหยุดยั้งความยากจน

บริษัท Kids Gallery Thailand ศูนย์ศิลปะ และกิจกรรมเพื่อความคิดสร้างสรรค์ จินตนาการ สำหรับเด็กแรกเกิด-16 ปี ร่วมส่งเสริมกิจกรรมเด็กองค์กรสหประชาชาติ เนื่องในวันรณรงค์ยับยั้งความยากจนนานาชาติ ครบรอบ 10 ปี องค์การสหประชาชาติ โดยน้องๆสามารถวาดภาพที่จะส่งเข้าประกวดลงบนกระดาษ A4 ส่งมาที่ บริษัท บริษัท Kids Gallery Thailand เพื่อรวบรวมผลงานส่งไปยังองค์การสหประชาชาติ โดยผลงานที่ผ่านการคัดเลือกจะถูกนำแสดงในงานวันลำลึกถึงการร่วมกันยับยั้งความยากจนวันที่ 17 ตุลาคม 2550 นอกจากนี้ยังจะนำผลงานไปผลิตเป็นตราไปรษณียากรขององค์การสหประชาชาติ สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2382-1751

วันอาทิตย์ที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๐

เรียนฟรีกับวิทยุจุฬา 101.5 Mz


สถานนีวิทยุจุฬา 101.5 Mz เปิดผังรายการ “เปิดประตูสู่มหาวิทยาลัย” สำหรับนักเรียนมัธยมศึกษา ช่วง "ห้องเรียนออนแอร์"


พบกับภาพและเสียงการบรรยาย ทุกรายวิชา ทุกวัน และดาวน์โหลดเอกสารประกอบการบรรยาย ฟรี!!!


ใครมีปัญหา ข้อสงสัย เกี่ยวกับการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นการแนะแนวคณะและสาขาวิชาต่างๆ รายละเอียดสถานศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ข่าวคราวโคต้ามหาวิทยาลัยสดๆร้อนๆ วิธีการเลือกแอดมิดชันแบบเจาะลึก ที่นี่ มีคำตอบ !!!


ทุกคำถามผ่านเว็บบอร์ดส่งตรงถึงพี่นัทและพี่เอ้ที่ http://www.curadio.chula.ac.th/default.asp สถานีวิทยุจุฬา 101.5 Mz คลื่นข่าวรู้สู่ประชาชน ตั้งแต่เวลาทุ่มครึ่งถึงสามทุ่มครึ่งถึงสามทุ่มครึ่ง

น้องๆคลิ๊กที่พี่วงกลมชมพูไว้นะ แล้วเว็บจะลิงค์ไปที่ภาพแบบด้านล่าง

มีเอกสารเป็นแบบ adobeกับไพล์ภาพและเสียงให้น้องได้ดูย้อนหลัง

ซึ่งน้องต้องมีโปรแกรมก่อนนะ

ป้ายกำกับ

2553 (1) กิจกรรม (7) กิจกรรมทางศูนย์ข่าว (9) กิจกรรมแนะแนว (16) กิจกรรมประจำเดือน (5) กีฬาสี (1) ขอความช่วยเหลือ (2) ข่าวในเครือสวนกุหลาบฯ (2) ข่าวในพระราชสำนัก (1) ข่าวโรงเรียน (24) คณะกรรมการนักเรียน (1) คริสต์มาส 2009 (1) เครือข่ายผู้ปกครองนักเรียน (1) งานกิจกรรม (11) จากเหย้า (1) เชียร์และแปรอักษร (5) ทันโลก บันเทิง (2) บอลลีค (4) บันทึก(ไม่)ลับ ณ ค่ายลูกเสือ (2) ประกาศผล (1) ปิดเทอมใหม่ หัวใจชุ่มๆ (3) ผลการแข่งขัน (2) ผู้อำนวยการ (2) แม่โดมเกมส์ (1) ยินดีต้อนรับ (1) รางวัล (1) รายละเอียดศูนย์ข่าวทดลอง (1) ละ่อ่อน (1) วันเด็ก 2010 (1) วันละอ่อน (1) วันไหว้ครู (1) ศูนย์ข่าวทดลองฯ ทีมข่าวEnt’Conner (1) สมุดสีใหม่ 30 สี (3) สอวน. (1) สอวน.คณิต (1) สอวน.คอม (1) สอวน.เคมี (1) หนังสั้น (1) ให้ปากคำ (6) CURFEW (1) Easy Chinese (2) OSKR NEWS (8) service announcements (2) SKR_CUP (4) TALKING_PP (11) youtube (1)